คำถาม เรื่องน่ารู้ ภายหลังการผ่าตัด
เกี่ยวกับ เลนส์แก้วตาเทียม
ผู้ป่วยทุกคนต้องได้รับการฝังหรือใส่เลนส์แก้วตาเทียมใช่หรือไม่ ?
ผู้ป่วยเกือบทุกราย ต้องได้รับการใส่เลนส์แก้วตาเทียม เพื่อทดแทนเลนส์แก้วตาธรรมชาติที่กลายเป็นต้อกระจกและถูกผ่าตัดเอาออกไป การใส่เลนส์แก้วตาเทียมทดแทนเป็นวิธีมาตรฐานที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ดีกว่าการใช้แว่นตาหนาๆ หรือใช้คอนแทคเลนส์ เพราะสะดวกสบายกว่า ไม่ต้องคอยใส่หรือถอดทุกวัน และใช้ได้ถาวร ไม่ต้องคอยดูแล หรือเปลี่ยนใหม่ ในบางราย ซึ่งมีจำนวนน้อยมาก ที่ผู้ป่วยสายตาสั้นมากๆ อาจไม่จำเป็นต้องใส่เลนส์แก้วตาเทียม
เราจะรู้ได้อย่างไรว่า แพทย์ใส่เลนส์แก้วตาเทียมให้เราแล้วหรือยัง ?
ต้อกระจกนั้นแท้จริงแล้วก็คือเลนส์แก้วตาของมนุษย์เราที่มีอยู่ตามธรรมชาติ เพียงแต่ขุ่นมัวลงจนทำให้มองเห็นไม่ชัดเจน เลนส์แก้วตาธรรมชาติในดวงตาของมนุษย์ จะมีหน้าที่รวมแสงให้เกิดภาพที่คมชัดบนจอประสาทตา โดยมีกำลังขยายในการรวมแสงถึงหนึ่งในสามของกำลังขยายทั้งหมดของดวงตา ดังนั้น เมื่อเลนส์แก้วตาที่ขุ่นมัวนี้ถูกเอาออกไป จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้เลนส์อื่นเข้ามาทดแทนเพื่อที่จะสามารถรวมแสงให้เกิดภาพที่ชัดเจนได้เช่นเดิม เลนส์แก้วตาเทียมจึงเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญยิ่งที่จะต้องถูกนำมาใช้ทดแทนในการรวมแสงนี้ ภายหลังการผ่าตัด ถ้าท่านไม่ได้รับการใส่เลนส์แก้วตาเทียมไว้ทดแทนให้ ท่านก็จะไม่สามารถมองเห็นภาพ
เลนส์แก้วเทียมผลิตมาจากวัสดุอะไร ?
เลนส์แก้วตาเทียมที่มีใช้อยู่ที่ศูนย์ตา โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา จะมีทั้งจากที่ทำมาจาก อะคลิลิก ซึ่งเป็นเลนส์ชนิดนิ่มพับได้ และ พี เอ็ม เอ็ม เอ หรือพลาสติกชนิดพิเศษ เป็นเลนส์ชนิดแข็ง การจะใช้เลนส์ชนิดใดสำหรับผู้ป่วยแต่ละรายนั้น แพทย์จะทำการตรวจและให้คำแนะนำเกี่ยวกับเลนส์ที่เหมาะสมสำหรับแต่ละรายไป
เลนส์แก้วตาเทียมจะมีอายุการใช้งานได้นานเท่าไร ?
เลนส์แก้วตาเทียมเป็นวัสดุที่สามารถใช้งานได้เป็นการถาวร ไม่มีการหมดอายุหรือต้องคอยเปลี่ยนใหม่เมื่อเวลาผ่านไป
ดวงตาของเราจะมีการต่อต้าน หรือไม่ยอมรับเลนส์แก้วตาเทียม มาเป็นส่วนหนึ่งของตา เป็นไปได้หรือไม่ ?
ไม่ครับ เนื่องจากการใส่เลนส์แก้วตาเทียม ไม่ใช่การปลูกถ่ายอวัยวะ จะไม่มีการต่อต้านของร่างกายเกิดขึ้น
เลนส์แก้วตาเทียมชนิดพิเศษ ที่สามารถจะช่วยในการเพ่งมองที่ใกล้ได้ด้วย เป็นอย่างไร ?
ผู้ป่วยแบบใดที่เหมาะสมจะใช้เลนส์ชนิดพิเศษนี้ ?
เลนส์แก้วตาเทียมชนิดที่สามารถช่วยในการเพ่งมองที่ใกล้ เป็นวิทยาการล่าสุดจากประเทศเยอรมนี เลนส์ชนิดนี้จะให้การมองเห็นที่ชัดเจนในระยะไกล และยังช่วยในการเพ่งมองในระยะใกล้ได้อีกด้วย ทำให้ผู้ป่วยที่ใช้เลนส์ชนิดนี้ลดความจำเป็นในการพึ่งพาแว่นสายตาลง จักษุแพทย์ จะทำการตรวจ ประเมิน และให้คำแนะนำ สำหรับผู้ที่เหมาะสมที่จะใช้เลนส์แก้วตาเทียมชนิดนี้เป็นรายๆไป หรือท่านอาจศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ www.humanoptics.com ซึ่งเป็นแหล่งเผยแพร่ข้อมูลจากบริษัทผู้ผลิตโดยตรง
คำถาม เรื่องการปฏิบัติตัว ภายหลังการผ่าตัด
ตอนที่แพทย์จะอนุญาตให้เดินทางกลับบ้านได้ จะมีอาการอย่างไร และจะต้องทำอะไรบ้าง ?
หลังจากที่ผ่าตัดเสร็จ ผู้ป่วยจะถูกนำตัวมาพักที่ห้องสังเกตอาการสักครู่หนึ่งจนมั่นใจได้ว่าอาการต่างอยู่ในเกณฑ์ปกติ และปลอดภัย เจ้าหน้าที่พยาบาล และเภสัชกร จะแนะนำวิธีปฏิบัติตน และข้อห้ามภายหลังการผ่าตัด พร้อมทั้งวิธีการใช้ยา ให้แก่ผู้ป่วยหรือญาติผู้ดูแลได้รับทราบ และให้บัตรนัดสำหรับการกลับมารับการตรวจในเช้าวันรุ่งขึ้น
จะต้องเตรียมแว่นกันแดดมาสำหรับสวม ในช่วงหลังการผ่าตัดหรือไม่ ?
หลังการผ่าตัด แพทย์จะใช้แผ่นพลาสติกโค้งสำหรับครอบตาสวมครอบตาข้างที่ผ่าตัดไว้เพื่อป้องกันอันตราย หรือการเผลอขยี้ตา และจะเปิดออกในเช้าวันรุ่งขึ้น จากนั้นผู้ป่วยสามารถสวมแว่นกันแดด เพื่อป้องกัน ฝุ่น ลม หรือแสงจ้า เพื่อความสบายตา แต่อาจจะใช้แว่นสายอันเดิมก็ได้ แต่อาจมองไม่ค่อยชัด หรือชัดเจนสู้ตาเปล่าไม่ได้ เพราะสายตาจะเปลี่ยนแปลงไปภายหลังการผ่าตัด แต่การใช้แว่นเดิมชั่วคราวก็ไม่เป็นอันตรายต่อดวงตาแต่อย่างใด ส่วนแผ่นพลาสติกโค้งสำหรับครอบตาจะยังคงถูกนำมาใช้ครอบในเฉพาะเวลานอนตอนกลางคืนต่อไปอีก 1 สัปดาห์
ทำไมหลังผ่าตัดไปแล้ว มองเห็นได้ชัดเจนดีและไกลมาก แต่อ่านหนังสือระยะใกล้ๆไม่ได้ ต้องสวมแว่นช่วย ?
แสดงว่าเลนส์แก้วตาเทียมของคุณเป็นแบบมาตรฐานที่จะมีความคมชัดสูงสุดในการมองในระยะใดระยะหนึ่ง ซึ่งถ้าคุณเลือกจะมองเห็นได้ชัดเจนในระยะไกล คุณก็จำเป็นต้องใช้แว่นสายตาช่วยเมื่ออ่านหนังสือ หรือทำงานในระยะใกล้ๆ
ผู้ป่วยบางรายเลือกที่จะใช้เลนส์แก้วตาเทียมสำหรับการมองที่ชัดเจนในระยะปานกลางถึงระยะไกลในตาข้างหนึ่ง แต่สำหรับระยะใกล้ในตาอีกข้างหนึ่ง เช่นนี้ก็จะช่วยลดการพึ่งพาแว่นสายตาลงไปได้มาก แต่ความคมชัดของการมองเห็นด้วยตาทั้งสองข้างอาจลดลงไปบ้างเล็กน้อย และอาจต้องมีการใช้แว่นสายตาช่วยเหลือบ้างเป็นครั้งคราว แต่ไม่ต้องสวมใส่แว่นเป็นประจำ ผู้ป่วยบางรายเลือกใช้เลนส์ชนิดพิเศษที่ช่วยในการเพ่งมองระยะใกล้ได้ ก็จะช่วยให้ปัญหานี้ลดลงไป
การดำเนินชีวิตตามปกติหลังการผ่าตัด เช่นอ่านหนังสือ ออกกำลังหรือทำงานหนัก จะเป็นอันตรายหรือไม่ ?
เราสนับสนุน และส่งเสริมให้ผู้ป่วยกลับไปดำเนินชีวิตตามปกติได้โดยเร็วที่สุด เพียงแต่ควรจะระมัดระวังตัวเป็นพิเศษบ้างในช่วง 1 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด โดยเฉพาะเรื่องความสะอาด และสุขอนามัยของดวงตา
เมื่อไรจะกลับไปเริ่มขับรถได้ หลังการผ่าตัด ?
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ จะมีการมองเห็นที่ดีขึ้นมาก และเป็นที่พอใจ ภายใน 24 ชั่วโมงหลังการผ่าตัด คุณจะกลับไปขับรถได้ เมื่อคุณรู้สึกว่ามองเห็นได้ดี และมีความมั่นใจว่าตนเองทำได้ครับ
การนั่งเครื่องบินภายหลังการผ่าตัด จะปลอดภัยหรือไม่ ?
การเดินทางโดยเครื่องบินภายหลังการผ่าตัดรักษาต้อกระจก จะไม่เป็นอันตรายต่อดวงตาครับ
เมื่อไรจะเริ่มกลับไปใช้เครื่องสำอาง หรือทาแป้ง แต่งหน้าได้อีก ?
การทาแป้ง หรือใช้ลิปสติก จะสามารถทำได้ตั้งแต่วันรุ่งขึ้นหลังการผ่าตัด หรือถ้าให้มั่นใจได้จริงๆก็น่าจะรอสัก 1 สัปดาห์ แต่ถ้าเป็นเครื่องสำอางที่ใช้กับตาโดยตรง ควรรอสัก 2 สัปดาห์
หลังการผ่าตัดแล้ว ทำไมรู้สึกมองอะไรมีสีออกไปทางสีฟ้า และแสงสว่างมากจนรู้สึกไม่ค่อยสู้แสง ?
ผู้ที่เป็นต้อกระจก จะมองเห็นสิ่งต่างๆ มีสีออกไปทางสีเหลืองมากกว่าปกติ ซึ่งเป็นการมองผ่านเลนส์ที่เสื่อมสภาพกลายเป็นต้อกระจก สีที่มองออกเหลืองๆจะเปลี่ยนไปและเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆโดยที่ผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว แต่เมื่อต้อกระจกถูกผ่าตัดออกไปแล้ว และได้รับการฝังเลนส์แก้วตาเทียมไว้ทดแทน การมองเห็นจึงสว่าง และสดใสขึ้น เพียงแต่ในระยะแรก ผู้ป่วยยังไม่คุ้นเคยกับการมองเห็นที่เปลี่ยนไปใหม่ จึงรู้สึกว่าไม่สู้แสงบ้าง และสีเหลืองน้อยลงจนเหมือนสิ่งต่างๆมีสีออกไปทางสีฟ้ามากขึ้น ยิ่งในผู้ที่เป็นต้อกระจกมากๆ จะยิ่งรู้สึกว่าการมองเห็นเปลี่ยนไปมาก กว่าผู้ที่เป็นน้อยกว่า
เมื่อยาหยอดตาที่ได้รับกลับไปหยอดที่บ้าน แล้วมีอาการแสบตา ถือว่าเป็นเรื่องปกติหรือไม่ ?
เป็นเรื่องปกติ ที่ยาหยอดตาบางชนิด เมื่อหยอดไปแล้วมีอาการแสบตาอยู่ชั่วขณะหนึ่ง คุณควรจะใช้ยาหยอดตาอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์ แต่ถ้ามีอาการปวดตามาก หรือการมองเห็นแย่ลง ควรรีบกลับมาพบแพทย์
คำถาม เรื่องภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ภายหลังการผ่าตัด
มีภาวะแทรกซ้อนอะไรที่อาจเกิดขึ้นได้บ้าง ?
ประการสำคัญ คือการที่ต้องเข้าใจว่าการผ่าตัดทุกชิดล้วนต้องมีความเสี่ยง แม้จะไม่มีความผิดพลาดใดๆเกิดขึ้นเลยจากการผ่าตัด แต่ก็ยังมีโอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนภายหลังการผ่าตัดขึ้นได้ เพียงแต่การผ่าตัดรักษาต้อกระจกในยุคปัจจุบัน มีโอกาสประสบความสำเร็จมาก กว่า 95% จะได้รับผลสำเร็จดีโดยปราศจากภาวะแทรกซ้อน
ภาวะแทรกซ้อนเล็กน้อยที่ไม่รุนแรง อาจเกิดขึ้นได้ แต่จะหายกลับสู่สภาพปกติในเวลาต่อมา อย่างเช่น การมีความดันภายในดวงตาสูงขึ้นชั่วคราว หรือการมีเลือดออกภายหลังการผ่าตัด, อาจมีการบวมน้ำทางด้านหน้าของดวงตา ทำให้กระจกตาบวม หรือทางด้านหลังของดวงตา ทำให้จอประสาทตาบวม, เปลือกตาบวมหรือหย่อน ทำให้หนังตาตก ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้จะเกิดขึ้นชั่วคราวเป็นอยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง มีน้อยมากที่เป็นอยู่นาน หรือถาวร
ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงมากขึ้น ตัวอย่างที่รุนแรงอย่างเช่น ภาวะจอประสาทตาหลุดลอก ( โอกาสเกิดน้อยกว่า 1% ) และ การติดเชื้อภายในดวงตา ( โอกาสเกิดขึ้นประมาณ 1 ใน 1,000 ). แต่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงเหล่านี้ ก็ยังมีโอกาสรักษาได้ ถ้าสามารถตรวจพบ และได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที , ในกรณีที่รุนแรงมากๆ อาจมีผลให้เกิดการสูญเสียการมองเห็นอย่างรุนแรงและถาวร ถึงขั้นทำให้ตาบอดได้ ( พบได้น้อยมาก ) แต่ก็นับว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องกล่าวถึงให้ทราบไว้ เพราะการผ่าตัดทุกอย่างย่อมมีโอกาสเสี่ยงอยู่เสมอ แม้จะทำการผ่าตัดอย่างดีที่สุด โดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์และความสามารถดีเยี่ยมก็ตาม การที่มีภาวะแทรกซ้อนต่างๆเกิดขึ้น ก็ไม่ได้หมายความว่าเกิดความผิดพลาดหรือบกพร่องในการทำการผ่าตัด
การเกิดถุงหุ้มเลนส์ขุ่น ทำให้สายตาเกิดพร่ามัวอีกภายหลังการผ่าตัดต้อกระจก เป็นอย่างไร ?
การผ่าตัดต้อกระจก ก็คือการเอาเลนส์แก้วตาธรรมชาติที่เสื่อมสภาพและขุ่นมัวออกไป แต่แพทย์จะยังคงเก็บรักษาถุงหุ้มเลนส์ตามธรรมชาติไว้ในสภาพที่ดี เพื่อจะใช้ประโยชน์ในการฝังเลนส์แก้วตาเทียมไว้ในถุงหุ้มเลนส์นั้น เมื่อเวลาผ่านไปหลายๆเดือน หรือหลายปี ถุงหุ้มเลนส์นี้เองที่อาจมีการขุ่นมัวลง คล้ายกับการเกิดแผลเป็น ดังนั้นผู้ป่วยที่ได้การฝังเลนส์แก้วตาเทียมบางรายสังเกตพบว่าสายตาที่มองเห็นได้อย่างชัดเจนภายหลังการผ่าตัดมีการพร่ามัวลงอย่างช้าๆ ภาวะถุงหุ้มเลนส์ขุ่น สามารถตรวจวินิจฉัย และให้การรักษาได้โดยง่าย และหายขาดด้วยการใช้แสงเลเซอร์ โดยการใช้ลำแสงเลเซอร์ชนิดพิเศษในการเจาะถุงหุ้มเลนส์ ให้ตรงกลางเป็นช่องผ่าน เพื่อให้แสงผ่านเข้าไปรวมเป็นภาพที่จอรับภาพได้อีกครั้ง เป็นการรักษาที่ไม่เกิดอาการเจ็บปวดแต่อย่างใด และผู้ป่วยจะมองเห็นได้ดีขึ้นเกือบจะทันทีที่ทำการเจาะถุงหุ้มเสร็จ
ทำไมหลังผ่าตัดเสร็จแล้วมีอาการเคืองตาเล็กน้อย คล้ายมีผงติดอยู่ในตา ?
การสลายต้อกระจก และการฝังเลนส์แก้วตาเทียม จะทำผ่านบาดแผลขนาดเล็กมากบนผิวที่ขอบของตาดำหรือกระจกตา ดังนั้น ภายหลังผ่าตัดเสร็จใหม่ๆ เมื่อผู้ป่วยกระพริบตา อาจมีความรู้สึกเคืองตาเล็กน้อยคล้ายมีผงติดอยู่ได้ แต่อาการดังกล่าวจะหายไปเมื่อบาดแผลหายสนิท บางครั้งอาการระคายเคืองตาอาจเกิดจากภาวะตาแห้งได้เช่นกัน แต่อาการระคายเคืองต่างๆจะทุเลาลงมากในวันรุ่งขึ้นภายหลังการผ่าตัด
การมีจุดสีแดงคล้ายเลือดออกอยู่บนตาขาวภายหลังการผ่าตัด จะเป็นอันตรายหรือไม่ ?
จุดสีแดงบนตาขาว อาจเกิดจาดเส้นเลือดฝอยแตก ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อการมองเห็น จะหายไปได้เองครับ
จำเป็นต้องมารับการตรวจภายหลังการผ่าตัดเมื่อใด ?
โดยทั่วไปผู้ป่วยที่กลับบ้านได้ภายหลังการผ่าตัด แพทย์จะนัดกลับมาตรวจติดตามผลการรักษาในเช้าวันรุ่งขึ้น
หลังจากนั้นจะนัดมาตรวจอีกใน 1 สัปดาห์ และ 1 เดือน หลังการผ่าตัดครับ ผู้ป่วยจะสามารถมองเห็นและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติภายในเวลา 1 สัปดาห์
<<Back
Go to ภาษาไทย